This is it:

อันนี้ผมอาจจะเขียนยาวหน่อย และไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนเข้าใจด้วย ศัพท์กระแดะๆ บ้าง แต่ผมว่าเป็นโอกาสนึงที่จะมาบอกว่าแนวคิดลึกๆ ที่ผมมองว่ามันเป็นความจริงคืออะไร และกฎหมายเกิดขึ้นมาเพราะอะไร ศีลธรรมมีจริงหรือไม่

พื้นฐานผมเชื่อว่าศีลธรรมอธิบายได้โดย Game Theory ซึ่งเป็นทฤษฎีที่เชื่อว่ามนุษย์เราเห็นแก่ตัวทุกคน ศีลธรรมจึงเกิดมาได้ ฟังดูขัดๆ ใช่มั้ยครับ แต่ผมจะอธิบายแนวคิดนี้ให้ฟัง (โดยประยุกต์ความเห็นส่วนตัวผมเข้าไปด้วยนะ ถ้าจะดู Original เลยไปหา Wiki ละกันครับ)

ให้ลองนึกว่าสังคมเราเป็นเกมๆ นึง ซึ่งมีผู้เล่น 2 คน คือนาย A, นาย B ทำการค้าขายอยู่ 2 คน ซึ่งกฎการทำกำไรมีอยู่ตามเงื่อนไข 3 ข้อ ดังนี้
1. ถ้านาย A,B ต่างค้าขายซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบกัน ทั้งคู่ได้กำไร +5
2. ถ้านาย B เล่นไม่ซื่อ เอาเปรียบ นาย B จะได้กำไร +10 ขณะที่นาย A จะได้กำไร -1 ตรงข้าม ถ้า นาย A เอาเปรียบ ก็เช่นกัน นาย A จะกำไร +10 ขณะที่นาย B จะกำไร -1
3. ถ้านาย A,B ต่างเอาเปรียบกันทั้งคู่ ทั้งคู่จะเหลือกำไรแค่ +2

ถ้าคุณเป็นนาย A คุณจะเล่นเกมนี้ยังไง คุณจะเลือกเอาเปรียบนาย B หรือไม่ ผลประโยชน์ตรงหน้ามันก็เย้ายวนใจไม่ใช่น้อย ถ้าคุณคิดว่านาย B แม่งโง่จ๊าดๆ คุณเอาเปรียบไปมันก็ไม่ทำไรหรอก กุคุมอยู่ คุณก็อาจจะเล่นโดยการเลือกเอาเปรียบ เพราะจะได้ตั้ง +10 แหนะ

แต่อย่าลืมว่าทันทีที่คุณเริ่มเอาเปรียบ นาย B ก็จะถูกบังคับให้เอาเปรียบคืน เพราะตัวเองขาดทุนสุดๆ เหลือแค่ -1 ดังนั้นนาย B เองก็จะต้องเลือกเอาเปรียบด้วย ดังนั้น ผมเชื่อว่ายังไงเสีย ผลลัพธ์ที่ นาย A จะได้ จากการตัดสินใจเริ่มเอาเปรียบนาย B ก็ต้องเป็น การ “ทำร้ายตัวเอง” จากที่ควรจะกำไร +5 เหลือกำไร +2 อยู่แล้ว จะเป็นไปได้หรือที่ตัวเองจะกำไร +10 ไปโดยนาย B ไม่เล่นคืนเหี้ยไรเลย

แต่ John Nash คนคิด Game Theory นั้นก็ได้ Suggest ไว้แต่แรกแล้วว่า มันเป็นการยากที่มนุษย์เราจะต้านทานผลประโยชน์ตรงหน้าได้หรอก ในกรณีที่ผมยก มันเป็นแค่นาย A,B ซึ่งถ้านาย A,B ฉลาดพอที่จะมองออกทั้งคู่ ทั้งคู่ก็จะเลือกไม่เอาเปรียบกัน (เพราะทุกคนรู้ว่าเอาเปรียบไปตัวเองเจ๊งเอง เพราะอีกฝั่งแม่งเอาคืนแน่ๆ) แต่ในสังคมขนาดใหญ่ มันก็ต้องมีไอ้โง่คนนึงที่แม่งเสือกคิดว่า “กุสามารถเอาเปรียบคนอื่นได้สิ คนอื่นแม่งโง่จ๊าดๆ กุเอาเปรียบไปมันก็ไม่ทำอะไรคืนหรอก กุว่ากุเก่ง กุว่าช่องทางเอาเปรียบเนี่ย กุรู้คนเดียว คนอื่นทำไม่ได้หรอก” ซึ่งพอไอ้โง่ตัวนี้แม่งเริ่มเอาเปรียบคนอื่น Game ก็จะดำดิ่ง ทุกคนที่อยู่ในเกมก็จะถูกบังคับให้ต้องเอาเปรียบกันและกัน ไม่ยั้งงั้นก็จะติด -1 ไป เกมจะพังทั้งระบบ ซึ่งไอ้โง่ตัวนั้นเองก็จะซวยไปด้วย เพราะจากเดิมที่ได้ +5 ก็จะเหลือแค่ +2 ไม่ใช่ +10 ตามที่ไอ้โง่ตัวนั้นคิดไว้

ซึ่งผมเคยบอกตั้งแต่ดราม่าที่แล้วว่าคนประเภทนี้แม่งผมรังเกียจสัดๆ เพราะทำให้ตัว game ทั้งระบบพังหมด ทำร้ายตัวเอง แถมยังมีหน้ามาภูมิใจอีกว่า “กุเก่ง กุเอาเปรียบได้” แม่งทั้งโง่และหน้ารังเกียจแบบสิ้นดีจริงๆ ในสังคมจริงก็ให้นึกถึงไอ้พวกที่ขับรถปาดหน้าคนอื่น แล้วยังมีหน้ามาภูมิใจ หรือไอ้คนที่เล่น Poker แล้วไพ่ในมือถือ 2-7 แล้วเสือก All-In เข้ามาชนคนถือไพ่ A-A Pocket แล้วเสือกฟลุ๊กชนะ แล้วยังมีหน้ามาบอกว่า “เป็นไงล่ะ มันอยู่ที่ใจ” โห ไอ้เหี้ย มึงโง่ได้สิ้นดี มึงแค่ฟลุ๊กรอดตัวไปรอบนี้ แต่จุดระเบิดรอฆ่าตัวตายในรอบหน้า ทำระบบเกมพัง ทำให้ตัวเองเดือดร้อน แล้วยังมีหน้ามาภูมิใจอีก

โอเค จบดราม่าส่วนตัว เข้าเรื่องต่อ เนื่องจากถึงแม้ผมจะรังเกียจ แต่ก็ยอมรับว่าไอ้คนโง่ๆ แบบนี้แม่งมีเยอะมาก และมีทุกที่ Game Theory เองก็บอกไว้อยู่แล้วว่ามนุษย์นั้นทั้งโง่และเห็นแก่ตัว (รวมกันก็อย่างที่ผมบอก เห็นแก่ตัวแบบโง่ๆ) ดังนั้นมนุษย์ที่ฉลาดและมองออก จึงต้องสร้าง “กฎหมาย” ไว้ควบคุม ไม่ให้ไอ้พวกเห็นแก่ตัวแบบโง่ๆ มาทำให้ระบบเกมพัง

ถามว่ากฎหมายทำงานยังไง กฎหมายก็ทำการสร้าง “บทลงโทษ” ที่หนักหน่วงมากสำหรับการทำระบบเกมพัง เพื่อที่จะป้องกันไอ้พวกโง่ๆ ที่จะมาทำระบบเกมพัง พวกโง่ๆ ที่คิดได้แต่ผลประโยชน์ตรงหน้า ไม่ได้คิดถึงว่าการทำระบบเกมพังจะทำให้ตัวเองพังไปด้วย จะได้เห็นว่า “บทลงโทษตรงหน้า” มาควบคุม แต่จะเห็นว่าถ้าทุกคนฉลาดพอที่จะมองเห็นภาพรวมระบบ มองเห็นว่าไอ้การทำระบบเกมพังเพื่อผลประโยชน์ตรงหน้ามันไม่เป็นผลดีกับตัวเองในระยะยาว กฎหมายก็ไม่จำเป็นต้องใช้เลยด้วยซ้ำ

ในประเทศที่ฉลาดกว่าประเทศไทย หรือประเทศที่เค้าปลูกฝังการ “มองภาพรวมสังคม” มากกว่า “มองตัวเอง” เค้าก็ไม่ได้ทำลายสัญชาตญาณความเห็นแก่ตัวไปหมด แต่เค้ามองออกในมุมกว้างว่าไอ้การเห็นแก่ตัวนั้นมันมีผลกระทบต่อระบบยังไง แล้วผลกระทบต่อระบบมันจะย้อนมาเล่นงานตัวเองได้อย่างไร เค้าจึงเลือกจะไม่ทำ จะเห็นว่าไม่ได้เกิดจาก Morale,ศีลธรรม แต่เกิดจากการรู้จักมองระบบรวม ฉลาดพอที่จะมองในมุมกว้าง ซึ่งถ้าประเทศสังคมไหนคนฉลาดแบบนี้มีเยอะ ทุกคนก็ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ประเทศไหนที่คนโง่ๆ ที่ไม่รู้จักมองมุมกว้าง มองว่าการเห็นแก่ตัวเพื่อผลประโยชน์ตรงหน้า จะย้อนกลับมาเล่นงานตัวเองได้ยังไง มีเยอะ ก็จะต้องมีกฎหมายมากมายและไม่มีจิตสำนึก

อย่างที่ผมเคยลองสังเกตการโกงของประเทศโซนยุโรป อย่างกรณีของแฟรงค์ อนาเบล หรือจอร์จ โซรอส ส่วนมากของยุโรปเนื่องจากเค้าจะมองออกว่าการโกงจะมาย้อนเล่นงานตัวเองได้ ไม่ใช่ไม่เห็นแก่ตัว แต่เวลามองเค้ามองระบบรวม มองถึงภาพรวมกว้าง พวกนี้จึงหลายๆ ครั้ง จะโกงทีเดียว โกงครั้งใหญ่ แล้วหนีออกนอกประเทศไปเลย เพราะไม่ได้ดูถูกระบบ รู้ว่าการโกงของตัวเองจะย้อนมาเล่นงานตัวเองได้ รู้ว่าการกระทำของตัวเองนั้นไม่ได้

ส่วนในกรณีของประเทศ ที่ผมสังเกตว่ามักจะเป็นประเทศที่มีลำดับขั้นอย่างไทยหรือจีน คนระดับล่างมักจะคิดว่า การกระทำของตัวเองไม่มี impact ใดๆ กับระบบรวม เหมือนถูกปลูกฝังมาว่าเป็นค่าทาสที่ไม่มีค่าในตัวเอง ดังนั้นประเทศเหล่านี้ คนระดับล่างที่โง่จึงมักจะมองว่า I can get away with it ซึ่งต่างจากประเทศทางยุโรป ที่มองว่าการกระทำของตัวเองนั้นมี impact ต่อระบบ แล้วมองหาทางป้องกันในช็อตถัดไป ไม่ว่าจะเป็นการหนีออกนอกประเทศ หรือการเตรียมทนายเตรียมหลักฐานปลอมไว้สู้ ส่วนคนไทยจะเห็นเลยว่าไม่เคยมองจุดนี้ มองแต่ว่ากุสามารถ get away ได้โดยไม่ต้องเตรียมการห่าไรเลยด้วยซ้ำ ไม่คิดเลยซักนิดว่ามันจะย้อนกลับมาทำร้ายตนเองได้อย่างไร

ส่วนตัวผมมองว่าคนยุโรปเข้าใจคำว่า “กฎแห่งกรรม” ดีกว่าคนไทยด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนพุทธ

ดังนั้นส่วนมากประเทศที่เจริญแล้ว จึงไม่ค่อยเห็นการโกงเล็กๆ น้อยๆ เพราะเค้ามองว่า risk ที่ทำระบบเกมรวมพัง มันไม่คุ้มกับผลที่ได้จากการโกงปัญญาอ่อนโง่ๆ อย่างทิ้งขยะลงแม่น้ำ คายหมากฝรั่งลงพื้น ข้ามถนนใต้สะพานลอย แซงคิว ถามจริงหลังจากผมอธิบายทั้งหมด ยังมีใครคิดอีกมั้ยว่าไอ้การโกงปัญญาอ่อนแบบนี้ที่มีความเสี่ยงที่จะทำให้คน “เอาเปรียบกันทั้งระบบ” มันคุ้มค่าที่จะโกง ผมมองยังไงก็ไม่คุ้ม ถ้าจะโกงทั้งทีเอาแบบโซรอสไม่ดีกว่าเหรอ

แต่แน่นอนแม้แต่ในประเทศที่เจริญแล้ว พวกโง่ๆ พวกนี้ก็ยังมี แต่เป็นประชากรส่วนน้อยเท่านั้นเอง แต่ในไทยผมมองว่าส่วนใหญ่เลยล่ะ ผมว่ามันโง่มากเลยนะ จะมาเสี่ยงทำระบบพังเพื่อกะอีแค่ไม่ต้องเดินขึ้นสะพานลอยไม่กี่ก้าว ไม่เรียกว่าโง่ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร

ข้อมูลจาก dxrama,  user: This is it:, ความเห็นที่ 327  
 
 

Comment

Comment:

Tweet